บทที่ 10 ตอนที่ 9: หมอหญิงหลังม่านไม้ไผ่
ตอนที่ 9: หมอหญิงหลังม่านไม้ไผ่
วสันตฤดูมาเยือนแคว้นเว่ย สายลมที่เคยหนาวเหน็บถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน ห้าเดือนผ่านไปนับตั้งแต่ มู่หรงหนิงอันหลบหนีออกจากด่านตรวจเมืองผิงเหยา บัดนี้ครรภ์ของนางเข้าสู่เดือนที่เจ็ดแล้ว หน้าท้องที่นูนเด่นชัดทำให้การเคลื่อนไหวของนางเชื่องช้าลง ทว่ามันกลับเติมเต็มความรู้สึกของการเป็นมารดาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ณ 'เมืองเย่เฉิง' ศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นเว่ย ซึ่งคึกคักไปด้วยพ่อค้าต่างแคว้นและชาวยุทธ์
บนถนนสายหลักที่พลุกพล่านที่สุด อาคารไม้สามชั้นโอ่อ่าตั้งตระหง่าน ป้ายชื่อสลักอักษรสีทองอร่ามว่า 'โรงหมอไป๋เฉ่า' ที่นี่ไม่ใช่เพียงโรงหมอธรรมดา แต่เป็นเครือข่ายการแพทย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนลับๆ จากหอปรโลก
ชั้นล่างของโรงหมอเปิดรักษาชาวบ้านยากจนในราคาถูก ชั้นสองเป็นห้องพักฟื้นและขายยาสมุนไพรหายาก ส่วนชั้นสาม... เป็นพื้นที่หวงห้ามและจุดรับส่งข่าวกรองที่สำคัญที่สุดของหอปรโลก
ภายในโถงชั้นสามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานและสมุนไพร มู่หรงหนิงอันในชุดคลุมผ้าฝ้ายเนื้อดีสีฟ้าอ่อนที่ตัดเย็บให้หลวมเป็นพิเศษเพื่อพรางครรภ์ กำลังนั่งตรวจดูบัญชีรายรับรายจ่ายและรายงานข่าวกรองที่ซ่อนมาในรูปแบบของเทียบยา นางสวมหมวกปีกกว้างที่มีม่านผ้าโปร่งสีขาวปิดบังใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาสีดำขลับที่ทอประกายเฉลียวฉลาด
"คุณหนู พักสายตาสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ วันนี้ท่านตรวจคนไข้ชั้นบนไปถึงสามรายแล้ว" ชุยจู๋ที่บัดนี้แต่งกายด้วยชุดสาวใช้เต็มยศ ยกถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์เข้ามาวางบนโต๊ะ
"ข้ายังไหว" หนิงอันรับถ้วยน้ำแกงมาจิบ "รายงานจากสายข่าวบอกว่า การเคลื่อนไหวของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายบริเวณชายแดนเพิ่มสูงขึ้น ข้าต้องเร่งสรุปข้อมูลเหล่านี้ส่งให้หอปรโลก"
ประตูห้องทำงานถูกผลักออกเบาๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดคุณชายตระกูลผู้ดีก้าวเข้ามา ใบหน้าของอู๋หมิงยังคงสวมหน้ากากหนังมนุษย์ที่ดูธรรมดาสามัญ ทว่ากลิ่นอายความน่าเกรงขามกลับไม่อาจปิดมิด เขาปรายตามองกองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
"โรงหมอไป๋เฉ่าของเจ้า ทำเงินและหาข่าวกรองให้ข้าได้มากกว่าหอนางโลมและโรงเตี๊ยมสิบแห่งรวมกันเสียอีก" อู๋หมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชม "สายลับของเราที่แฝงตัวเป็นลูกมือหมอ สามารถล้วงความลับจากขุนนางแคว้นเว่ยที่มารักษาโรคบุรุษลับๆ ได้มากมาย ตอนนี้เครือข่ายของหอปรโลกในแคว้นเว่ยแข็งแกร่งจนหอเงาไม่อาจแทรกซึมได้ง่ายๆ แล้ว"
"นั่นคือข้อแลกเปลี่ยนที่ข้าสัญญาไว้" หนิงอันแย้มยิ้มบางๆ ภายใต้ผ้าคลุม "แล้วเรื่องข่าวสารจากแคว้นต้าฉิงเล่า มีความเคลื่อนไหวของจอมอ๋องบ้างหรือไม่"
นัยน์ตาของอู๋หมิงหรี่ลงเล็กน้อย บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น "นี่คือเหตุผลที่ข้ามาหาเจ้าในวันนี้ สายข่าวระดับสูงของข้ารายงานว่า หลิงเทียนซูไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวงแคว้นต้าฉิงมาหลายเดือนแล้ว มีคนใช้ตัวแทนสวมรอยเป็นเขาเพื่อตบตาในราชสำนัก"
มือที่กำลังถือพู่กันของหนิงอันชะงักงัน
"เขา... ลอบเข้ามาในแคว้นเว่ยงั้นหรือ" น้ำเสียงของนางแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
"ใช่ และดูเหมือนเขาจะไม่ได้มาเพื่อทำสงคราม แต่มาเพื่อตามหา 'คน' โดยเฉพาะ" อู๋หมิงจ้องมองหน้าท้องที่นูนป่องของนาง "สายข่าวรายงานว่า มีกลุ่มพ่อค้าลึกลับกว้านซื้อข่าวเกี่ยวกับสตรีที่ตั้งครรภ์และมีความรู้เรื่องการแพทย์ทั่วเมืองเย่เฉิง แม้เจ้าจะสวมม่านพรางหน้าและใช้ชื่อ 'หมอหญิงเสิ่น' แต่ชื่อเสียงเรื่องวิธีการรักษาที่แปลกประหลาดของเจ้า ก็ยากที่จะปิดบังได้มิดชิด"
เมื่อเดือนก่อน หนิงอันจำเป็นต้องใช้ 'วิชาเย็บแผล' ด้วยไหมละลายที่ทำจากลำไส้สัตว์ เพื่อช่วยชีวิตบุตรชายคหบดีใหญ่ที่ถูกโจรป่าฟันจนหน้าท้องเปิด วิธีการรักษานี้เป็นวิทยาการที่ล้ำหน้าเกินยุคสมัย แม้จะช่วยสร้างชื่อเสียงและอิทธิพลให้โรงหมอไป๋เฉ่าอย่างมหาศาล แต่มันก็เปรียบเสมือนแสงไฟที่ล่อแมลงเม่าให้บินเข้ามาเช่นกัน
"ข้าประมาทเกินไป..." หนิงอันลูบหน้าท้องตนเองโดยสัญชาตญาณ ทารกในครรภ์ดิ้นตอบรับเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงความกังวลของมารดา "หลิงเทียนซูฉลาดและจมูกไวเกินไป หากเขารู้เรื่องการเย็บแผล เขาต้องเดาออกแน่ว่าเป็นข้า"
"เจ้าไม่ต้องกลัว" อู๋หมิงเอ่ยเสียงหนักแน่น "ที่นี่คือถิ่นของข้า โรงหมอไป๋เฉ่ามีองครักษ์ฝีมือดีของหอปรโลกแฝงตัวอยู่ทุกจุด ต่อให้หลิงเทียนซูรู้ว่าเป็นเจ้า เขาก็ไม่อาจพาตัวเจ้าไปได้ง่ายๆ ในเมื่อตอนนี้เจ้าเป็นคนของข้า ข้าย่อมต้องปกป้อง"
คำว่า 'คนของข้า' ทำให้อู๋หมิงรู้สึกแปลกประหลาดในใจเล็กน้อย แต่เขาเลือกที่จะมองข้ามมันไป หนิงอันพยักหน้ารับ แม้จะรู้ว่าหอปรโลกแข็งแกร่ง แต่นางรู้ดีกว่าใครว่าจอมอ๋องทมิฬนั้นเหี้ยมโหดและเจ้าเล่ห์เพียงใด
อีกด้านหนึ่ง ณ โรงเตี๊ยมหรูหราที่สุดในเมืองเย่เฉิง
ภายในห้องพักส่วนตัวที่ถูกจองเหมาทั้งชั้น บุรุษร่างสูงสง่าในชุดไหมจีนสีเข้มปักดิ้นเงินกำลังยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองลงไปยังถนนที่คึกคักเบื้องล่าง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบตึง บัดนี้มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ทว่าดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวยังคงทอประกายวาวโรจน์และอันตราย
หลิงเทียนซูใช้เวลาถึงห้าเดือนเต็มในการพลิกแผ่นดินค้นหา เขาลอบเข้ามาในแคว้นเว่ยด้วยฐานะพ่อค้าใหญ่จากต่างแดน เครือข่ายหอเงาถูกตีโต้และถูกกำจัดไปหลายจุดโดยฝีมือของหอปรโลก ทำให้การสืบข่าวเป็นไปอย่างยากลำบาก
"เรียนนายท่าน..." องครักษ์เงาในคราบผู้ติดตามเดินค้อมคายเข้ามาในห้อง "พวกเราได้ข้อมูลของ 'หมอหญิงเสิ่น' แห่งโรงหมอไป๋เฉ่ามาแล้วขอรับ"
หลิงเทียนซูหันขวับ "ว่ามา!"
"โรงหมอแห่งนี้เพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่กลับมีอิทธิพลกว้างขวาง หมอหญิงเสิ่นผู้นี้ไม่เคยเปิดเผยใบหน้า นางมักสวมม่านผ้าโปร่งสีขาวและชุดคลุมตัวใหญ่เสมอ ทว่า... สายข่าวของเราที่ติดสินบนเด็กรับใช้ในโรงหมอ ยืนยันว่านางกำลังตั้งครรภ์ได้ราวเจ็ดเดือนแล้วขอรับ!"
เจ็ดเดือน... ตัวเลขนี้เท่ากับอายุครรภ์ของมู่หรงหนิงอันอย่างพอดิบพอดี!
หัวใจของจอมอ๋องทมิฬเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกพลุ่งพล่านที่ผสมปนเปกันระหว่างความโกรธแค้น ความโล่งใจที่นางยังมีชีวิตอยู่ และความหึงหวงที่เดือดดาล พุ่งทะลักขึ้นมาจนเขาต้องกำมือแน่น
"นอกจากนี้... นางยังใช้วิธีการรักษาที่ไม่มีหมอคนใดในแผ่นดินเคยทำมาก่อน" องครักษ์รายงานต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "นางใช้เข็มและด้ายที่ทำจากลำไส้สัตว์ เย็บแผลที่เปิดกว้างให้ติดกันราวกับการเย็บผ้า ซ้ำยังมียาถอนพิษแปลกๆ มากมาย คล้ายกับ... คล้ายกับวิชาแพทย์ที่นายท่านเคยให้พวกเราตามสืบพ่ะย่ะค่ะ"
"มู่หรงหนิงอัน!" หลิงเทียนซูเค้นเสียงเรียกชื่อนั้นลอดไรฟัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนมุมปาก "ซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกข้า อาศัยอำนาจของอู๋หมิงสร้างรังใหม่ที่นี่เองสินะ สตรีแพศยา... เจ้าคิดหรือว่ากำแพงของหอปรโลกจะคุ้มกะลาหัวเจ้าจากข้าได้!"
ความแค้นที่สั่งสมมาตลอดห้าเดือนกำลังจะได้รับการชำระ หลิงเทียนซูเดินไปหยิบหน้ากากเงินครึ่งซีกมาสวมทับใบหน้าส่วนบนเพื่อพรางตัว ก่อนจะหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีดำขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ
"ในเมื่อนางเป็นหมอเทวดาที่เก่งกาจถึงเพียงนั้น... ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่านางจะสามารถรักษาอาการ 'พิษ' ของสามีตนเองได้หรือไม่"
"นายท่าน! นั่นมัน 'พิษเพลิงผลาญใจ' นะขอรับ หากดื่มเข้าไป..." องครักษ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"พิษแค่นี้ ฆ่าข้าไม่ได้หรอก แต่อาการของมันจะรุนแรงพอที่จะทำให้นางต้องยอมลงมาตรวจดูอาการข้าด้วยตนเอง" หลิงเทียนซูเปิดจุกขวด กลืนน้ำยาสีคล้ำลงคอรวดเดียวโดยไม่ลังเล
เพียงชั่วอึดใจ ฤทธิ์ยาที่ร้อนแรงดั่งไฟบรรลัยกัลป์ก็แล่นปราดเข้าสู่เส้นลมปราณ ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ลมหายใจเริ่มติดขัด ทว่าดวงตากลับทอประกายบ้าคลั่ง
เขาจะใช้ชีวิตของตนเองเป็นเหยื่อล่อ เพื่อกระชากหน้ากากของหมอหญิงเสิ่น และลากคอสตรีทรยศผู้นั้นกลับสู่นรกของเขา!
"พาข้า... ไปที่โรงหมอไป๋เฉ่าเดี๋ยวนี้!" หลิงเทียนซูออกคำสั่งเสียงแหบพร่า ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น แสร้งทำเป็นหมดสติไปอย่างแนบเนียน
